27 Oct

6 Digital Marketing Trends ที่มาแน่นอนในปี 2018

นี่ก็ปลายปี 2017 กันแล้ว… ในมุมธุรกิจ จำเป็นต้องวางแผนธุรกิจ แผนการตลาดในปี 2018 ฉนั้น

เรามาคุยกันในเรื่อง 6 Digital Marketing Trends ในปีหน้ากันดีกว่าครับ….

สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกาา ที่เป็นผู้นำด้าน Digital คาดการณ์กันว่า “ปี 2020 จะมีการใช้เงินในการลงโฆษณา ออนไลน์ มากถึง 113.18 พันล้านดอลล่าร์” ซึ่งมีจำนวนมากเป็น 2 เท่าของปีก่อนหน้า แสดงว่าตั้งแต่ปี 2018-2020 การตลาดออนไลน์จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกมหาศาลแน่นอน…

เพราะการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงแพลตฟอร์ม (แนวทางการสร้างธุรกิจ) ใหม่ ทำให้ธุรกิจและแบรนด์ มีโอกาสในการติดต่อสื่อสารถึงลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น

ในปี 2018 หรือปีหน้า มีเทรนด์ที่น่าสนใจ เป็นที่จับตามอง และบาง Trend เริ่มขึ้นแล้วในปี 2017 นี้ มีอะไรมาติดตามกันเลยครับ

1. Machine Learning หรือ การเรียนรู้อัตโนมัติ

97% ของผู้นำธุรกิจได้บอกว่า สำหรับธุรกิจในอนาคต การตลาดจะประกอบด้วยนักการตลาดที่ทำงานกับระบบการเรียนรู้ผ่าน Automation เท่านั้น

เพราะผู้บริโภคต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว ทันใจ และถูกต้อง ดังนั้น Machine Learning จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะมาช่วยในการเก็บข้อมูล บันทึกผล และทำประมวลผล อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองผู้บริโภคได้

ณ ปัจจุบัน Machine Learning มีการใช้อย่างแพร่หลายแล้วในอุตสาหกรรม Healthcare และการป้องกันการทุจริต (Fraud detection) (Paypal นำเทคโนโลยีนี้มาใช้การป้องกันการฟอกเงิน)

ในปี 2018 Machine Learning จะเข้ามามีส่วนในการช่วยเก็บข้อมูล วิเคราะห์และประมวลผล และนำเสนอแบบอัตโนมัติ

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนมากที่สุดว่า Machine Learning ช่วยในอุตสาหกรรม HealthCare ได้อย่างไร ลองมาดู Clip นี้ของ IBM Watson Supercomputer กัน..

2. Dark Social : โซเชียลมีเดีย ด้านมืด หรอ ?? ไม่ใช่ครับ มันหมายถึงการที่ระบบไม่สามารถเก็บข้อมูล หรือแทร็กการใช้งาน Internet ได้นั่นเองครับ

ทุกวันนี้ ไม่ใช่ การตลาดนำธุรกิจอีกต่อไป ทุกวันนี้เราอยู่ในยุค Consumer-Led Market นั่นคือ ลูกค้าเป็นใหญ่เหนือการตลาด ผู้คนไม่ได้แค่ลิงค์ไปที่บทความ หรือ VDO หรือ รูป บนโซเชียล มีเดีย เท่านั้น ผู้คนมี่สวนรวมกับ Social Media แต่ผ่านช่องทางอื่นๆ อีกที่เราไม่สามารถเห็น หรือ Track ได้ อาทิ

– Messaging Apps: แพลตฟอร์มสำหรับโต้ตอบส่วนตัวกัน อาทิ Line, WhatsApp หรือ Facebook Messenger
– E-mail: ปัจจุบันยังมีผู้คนใช้อีเมลล์ ในการแชร์บางสิ่งที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
– Native Mobile Apps: แพลตฟอร์มที่เป็น Application ต่างๆ
– Secure Browsing: ถ้าเราใช้ Browser ที่เป็น HTTPS แทนที่จะเป็น HTTP ระบบก็จะไม่สามารถเก็บข้อมูลการเข้าถึงเวปไซด์ต่างๆได้

เรารู้กันไหมว่า Dark Social นี้คิดเป็น 84% ของการแชร์ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ซึ่งขับเคลื่อนโดยการใช้มือถือ และการ Chat ทำให้ในปี 2018 เราไม่อาจมองข้าม Dark Social ไปได้เลย

ข้อมูลเชิงลึกกว่านั้น กว่า 46% ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปี ใช้การแชร์แบบ Dark Socail เพียงอย่างเดียว (โดยเฉพาะในประเทศไทย ใช้ LINE ในการแชร์ข้อมูลมากกว่า Facebook หลายเท่าตัว) เทียบกับวันรุ่น อายุ 16-34 ปีที่แชร์บน Dark Social เพียง 19% เท่านั้น

ADIDAS เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ ในการนำ Dark Social มาใช้ในการสร้าง Marketing Campaign แบบเดียวกันทั่วโลก ที่ชื่อว่า Tango Squads ขึ้นใน 15 ประเทศ ลองดู Clip ด้านล่างนี้ อาจจะทำให้เข้าใจได้มากขึ้นครับ (แต่ยังไม่สามารถวัดผลได้อย่างแท้จริงว่า Campaign นี้ประสบความสำเร็จมาแค่ไหนเพราะมันเป็น Dark Social ไงล่ะ)

3. Micro-Moments : ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราต้องการอะไร ต้องได้เดี๋ยวนั้น

เป็นศัพท์ที่ Google ประกาศออกมากหลายปีก่อนแล้ว แต่ ณ ปัจจุบัน จากความเร็วในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เร็วขึ้น สามารถตอบสนองการกระทำบางสิ่งบางอย่างได้อย่างทันที ทำให้ Micro-Moments เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในปี 2018 อย่างแท้จริง

ทำอย่างไรที่แบรนด์หรือองค์กรธุรกิจ ต้องเข้าถึงผู้ใช้งานในช่วงเวลาที่คนต้องการ (ช่วงเวลาเสี้ยววินาที) หรือ Micro-Moments ด้วยข้อมูลที่ใช่ ในเวลาที่ใช่และกับคนที่ต้องการ

ในปี 2018 ผู้คนจะตัดสินใจในเวลาที่สั้นลงอย่างชัดเจนมากขึ้น ทำให้การทำ Website for mobile friendly หรือ responsive website จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

4. Video Advertising : การโฆษณาด้วย Video Content

อัตราการเข้าถึง Video มีการเติบโตอย่างน่าตกใจ และที่น่าสนใจมากขึ้นคือ กลุ่มนักการตลาดกว่า 52% ทั่วโลกเชื่อว่า Video จะเป็นเนื้อหา หรือ Content ที่มี Return of Investment (ROI) ที่ดีที่สุด และยิ่งกว่านั้น ผู้คนกว่า 43% บอกว่าเค้าอยากเห็นเนื้อหาที่เป็น VDO มากกว่าสื่ออย่างอื่น

แม้ว่าการสร้างการมีส่วนร่วมทางโซเชียล มีเดีย (Social Engagement) ด้วย VDO Content ผ่านทาง Facebook, Instagam, Twitter จะพึ่งเข้ามาเมื่อ 2-3 ปีนี้เอง แต่ที่น่าสนใจคือ Facebook เริ่ม VDO platform ใหม่ล่าสุดบน Facebook Messenger ที่นำแนวคิดมาจาก SnapChat นั่นคือ 6-second ads มาใช้อย่างจริงจัง (Video Clip ความยาวแค่ 6 วินาที !!!)


เป็นความท้าทายใหม่บนแพลตฟอร์ม Video, YouTube เจ้าแห่ง VDO Content ก็มีการกระตุ้นให้ YouTuber สร้างการเล่าเรื่อง สร้างโฆษณาภายใน 6 วินาทีเช่นเดียวกัน

5. Personalization : การนำเสนอส่วนตัวที่เป็นเฉพาะบุคคล

ในปี 2018 การนำเสนอสินค้าหรือบริการออนไลน์แบบเฉพาะบุคคล จะเด่นชัดขึ้น ใน 2-3 ปีก่อน แบรนด์ หรือองค์กรธุรกิจ ใช้พลังของการนำเสนอเฉพาะบุคคล ด้วยเครื่องมือการตลาดออนไลน์อาทิ อีเมลล์ โดยใช้ระบบส่ง/ตอบรับอัตโนมัติ ผ่านข้อมูล พฤติกรรม, ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม Personalization ในปี 2018 มีอะไรที่ยิ่งกว่านั้น ลูกค้าทั้ง B2B และ B2C คาดหวังการนำเสนอแบบเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น กว่า 66% ของลูกค้าสามารถเปลี่ยนไปใช้แบรนด์คู่แข่งได้ทันที ถ้าการนำเสนอสินค้าหรือบริการ ไม่ได้เป็นเฉพาะตัวของลูกค้าแต่ละราย

ตัวอย่างที่น่าสนใจจะเป็น ร้านแว่นตาออนไลน์ Warby Parker ที่นำเสนอสินค้าให้ลูกค้าผ่านเวปไซด์แบบ Personalization โดยลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกสินค้าบนเวปไซด์ได้อย่างง่ายและรวดเร็ว และทางร้านมีบริการส่งแว่นถ้าที่คล้ายกันไปให้ทดลองอีก 5 รูปแบบ นอกจากนี้ทางเวปไซด์จะมีคำถามที่ช่วยให้ลูกค้าเลือกรูปแบบแว่นตาที่เหมาะสมได้ในที่สุด


ทุกขั้นตอนจะเป็นแนวทางการนำเสนอ Seamless Customer Experience เพื่อสร้าง Brand Loyalty อย่างแท้จริง

6. Chatbots

ถ้าพูดถึง Chatbot หรือการโต้ตอบอัตโนมัติ ในปี 2018 จะเป็นเครื่องมือสำคัญเครื่องมือหนึ่งในการตลาดออนไลน์ B2B อย่างไม่ต้องสงสัย (เป็นที่มาของการพัฒนา AI ของ Facebook ที่ให้ Robot สามารถพูดคุยกับคน ต่อรองราคา ได้แบบคนปกติ)

กว่า 80% ของธุรกิจต้องการใช้ Chatbots เป็นส่วนหนึ่งในการตลาดออนไลน์แบบเต็มรูปแบบ ในปี 2020

ระบบ Chatbots มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้สามารถเรียนรู้ระบบ Algorithms และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ทักมาได้อย่างลื่นไหลไม่ต่างจากคน โดยระบบ AI

ปัจจุบัน H&M มีการใช้เริ่มใช้ Chatbot ในการตอบคำถามกับลูกค้า (มีชื่อด้วยนะ..ว่า Kik) โดยให้ข้อมูลลูกค้าราวกับ Personal Stylist โดยเก็บข้อมูลลักษณะการแต่งกายของลูกค้าผ่าน Social Photo

ถึงตอนนี้ Kik ได้คุยกับลูกค้าไปมากกว่า 1.8 ล้านข้อความ

 

Digital Marketing มีการเปลี่ยนแปลงการตลาด การทำธุรกิจในโลกปัจจุบันไปอย่างมากมาย มากกว่าที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต และในปี 2018 นี้จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับแบรนด์หรือธุรกิจที่เรียนรู้ เข้าใจ และปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเป็นจุดเสริมให้ธุรกิจของท่านเติบโตอย่างยั่งยืน

ว่าแต่…ตอนนี้ธุรกิจของท่าน เตรียมพร้อมแล้วหรือยัง ???

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชอบบทความนี้ใช่ไหมล่ะ | แชร์ให้เพื่อนๆด้วยน้า