8 Dec

เหตุใด…ทำไมลงโฆษณา Facebook Ads แล้วไม่ผ่าน ?

ผมเชื่อว่าคงหลายๆคนที่เคยเจอปัญหานี้…

บางคนก็สามารถแก้ไขได้ แต่บางคนก็ทำไม่ได้จนบางที ท้อและไม่อยากลงโฆษณาอีก…

ฉนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีก เราจำเป็นต้องมาเรียนรู้ กฏเหล็ก (Iron Law) ในการลงโฆษณา Facebook Ads กันก่อนดีกว่าครับ และรับรองว่าต่อไป Ads ของทุกท่านจะไม่โดนแบนอีกต่อไปจ้า..

 

กฏเหล็กของการลงโฆษณา Facebook Ads 

กฏเกณฑ์การลงโฆษณาของ Facebook Ads มีด้วยกันหลากหลายข้อ แต่ผมขอหยิบเอาเฉพาะข้อที่สำคัญๆ และมีคนผิดกฏกันมาก และเป็นปัญหามากที่สุดที่ทำให้โฆษณาโดนแบนกันครับ

1.Text ห้ามเกิน 20% :

ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญที่สุดและทำให้โฆษณาเราไม่ผ่าน ซึ่งตามอุดมคติ (สิ่งที่ Facebook ต้องการมากที่สุด) คือรูปภาพต้องไม่มีตัวอักษรใดๆทั้งสิ้น (มันจะเป็นไปได้ยังไงอ่ะ…เราจะขายของแล้วไม่ใส่ตัวอักษร แล้วมันจะรู้ไหมว่าขายอะไร..เฮ่อ) รูปภาพที่ดีจะสามารถถ่ายทอดแทนคำพูดได้ และค่อยใส่ Text บน Content เท่านั้น

ซึ่งสิ่งที่ Facebook กำหนดมันก็ดีอยู่หรอกครับในช่วงที่การลงโฆษณามันไม่เยอะ คนไม่ได้มุ่งเน้นการโพสเพื่อขายของ แต่ ณ ปัจจุบันที่มีเพจมากกว่า 600,000 เพจเฉพาะในประเทศไทย (โอ้…แม่เจ้า) ถ้ารูปไม่ได้บ่งบอก ไม่ได้ดึงดูดแล้วเราจะขายของได้ยังไงกัน

แต่นับตั้งแต่กลางปี 2016 เป็นต้นมา Facebook ประกาศเลิกใช้กฏ Text ห้ามเกิน 20% โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้แบรนด์และนักโฆษณาสามารถทำการตลาดได้ง่ายขึ้น และเพื่อให้คนยังลงโฆษณา Facebook ต่อไป (ถ้าไม่เปลี่ยนกฏ คนอาจจะเลิกโฆษณาไปเลยก็ได้ หุหุ) โดยสามารถใส่ตัวอักษรไปได้ไม่จำกัด อิสระได้เต็มที่..เอ่อ แต่ทำไมยังมีโดนแบนกันอีกล่ะ !!  เพราะถึงจะมีอิสระแต่ Facebook ก็ยังมีการเข้ามาจัดการกับรูปภาพในการโฆษณาอยู่ โดยแบ่งเป็น 4 ระดับดังนี้

 

1. Image Text: OK – ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นรูปที่ไม่มีข้อความเป็นส่วนประกอบ หรือมีก็น้อยมาก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโลโก้ หรือข้อความสั้นๆ เท่านั้น

2. Image Text: Low – ภาพแบนเนอร์มีส่วนประกอบของข้อความอยู่บ้าง ประมาณ 20-30% ของอัตราส่วนภาพทั้งหมด ภาพโฆษณาในลักษณะนี้อาจจะถูกจำกัด Reach หรือการมองเห็นของผู้ใช้งานกลุ่มเป้าหมาย ให้อยู่ในระดับที่ต่ำลงเล็กน้อย หรือพูดง่ายๆ คือ เข้าถึงน้องลงในราคาเท่าเดิม แต่ถ้าอยากให้เข้าถึงมากขึ้นก็ต้องใช้เงินเพิ่มขึ้น (เฟสบุ๊ครวยขึ้น หุหุ)

3. Image Text: Medium – ภาพแบนเนอร์ที่มีข้อความเป็นส่วนประกอบเกินกว่า 30% จากอัตราส่วนภาพทั้งหมด ซึ่งภาพโฆษณาแบบนี้ อาจจะทำให้การเข้าถึงน้อยลงกว่าเดิมเยอะ หรืออีกนัยนึงคือ ค่าโฆษณาในภาพแบบนี้ ต้นทุนจะสูงกว่าแบบที่ 1-2 เกือบเท่าตัวเลยก็ว่าได้ครับ

4. Image Text: High – ภาพแบนเนอร์ที่มีข้อความเป็นส่วนประกอบมากที่สุด อาจมากถึง 50-60% ซึ่งการรูปภาพโฆษณาแบบนี้ อาจส่งผลให้ Facebook แบนโฆษณาของคุณเลยก็ว่าได้  (แต่มันอาจจะไม่ได้แบนตั้งแต่แรก…ปล่อยให้รันโฆษณาไปซักพัก แล้วก็ค่อยแบนทีหลัง หุหุ ขอเก็บเงินก่อนแล้วค่อยแบนอ่ะนะ)

 

 

Solution : วิธีการแก้ไข คือ ต้องใส่ความ Creative เข้าไปในรูปภาพให้มากขึ้น เพื่อให้รูปสามารถสื่อสารตัวมันเองได้ หรือสามารถดึงดูดความสนใจเองได้ โดยอาศัยตัวอักษรที่น้อยที่สุด หรือไม่ก็ยอมจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่อให้รูปโฆษณาที่มีตัวอักษรเยอะ รันต่อไปได้

แต่วิธีการที่ดีที่สุด ที่ผมทดลองแล้ว สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้คือ “การเอารูปภาพมาทำ VDO Presentation หรือ Slide Show” โดยกำหนด Thumbnail ในช่วงที่ไม่มีตัวอักษร เท่านี้ก็สามารถแก้ไขปัญหา Text เยอะเกินได้แล้วครับ

ถ้าต้องการทราบว่า Text บนรูปโฆษณาอยู่ในระดับไหน สามารถทดสอบได้เลยที่ ทดสอบข้อความโฆษณา Facebook

 

2.รูปโฆษณา Before & After : 

อันนี้เป็นปัญหามากๆ กับกลุ่มคนที่ขายอาหารเสริม เครื่องสำอางค์ สบู่ โลชั่น ที่ต้องการแสดงว่า ใช้แล้วเป็นอย่างไร ดีขึ้นแค่ไหน ประเด็นเรื่อง Before&After นี่มาจากพฤติกรรมคนไทยนี่แหล่ะครับ ที่ต้องการเห็นผลเร็ว แบบเร็วเว่อร์ 7 วันหน้าใส 3 วันหน้าเด้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดโฆษณาเกินจริงขึ้นมาได้

รูปภาพจาก miraclehealthland.com

 

Solution : เลิกใช้ รูป Before&After แต่มาใช้ VDO เล่าเรื่องหรือ Slide Show เล่าเรื่องแทนดีกว่าครับ รูปยังเหมือนเดิม แต่ใส่ Text และเพลงให้ Clip ดูน่าสนใจเข้าไป รับรองขายดียิ่งกว่าเดิม หุหุ

 

3.รูปภาพต้องเหมาะสมกับสินค้า :

ภาพที่ใช้โฆษณาใน Facebook ต้องเหมาะสมกับสินค้า อาทิ สินค้าเป็นชุดชั้นใน สามารถใช้ภาพสาวสวยใส่ชุดชั้นในได้ ไม่ผิดแต่ประการใด แต่ถ้าสินค้าเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอางค์ แต่เอา presenter ใส่ชุดว่ายน้ำ อันนี้ไม่ได้จ้า โอกาสโดนแบนสูงนะ…

รูปภาพจาก Pantip.com

 

Solution: อันนี้ VDO ก็สามารถช่วยได้เช่นเดียวกันครับ

 

4. ต้องไม่ใช่สินค้าที่ผิดกฎหมาย หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

อันนี้ไม่มีทางเลี่ยงได้ครับ เพราะเป็นเรื่องกฏหมาย แม้จะใช้ VDO แต่ก็มีโอกาสที่จะโดนแบนได้อย่างมากครับ ฉนั้นอย่าเสียงเลยดีกว่า สินค้าที่ผิดกฏหมาย อาทิ ยาตามใบสั่งแพทย์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ สินค้ากลุ่มผู้ใหญ่ อาวุธ หรือแม้แต่สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ก็มีผลให้โฆษณาคุณโดนแบนแล้ว ยังส่งผลให้เพจของคุณโดนแบนอีกด้วยครับ

 

5.หน้าเว็บไซต์ที่ลิงค์ไปต้องมีอยู่จริง และเป็นลิ้งค์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่คุณโฆษณา

facebook จะตามไปเช็คที่ Landing Page ที่ link ส่งไปด้วย ถ้าไม่ได้เป็นสินค้าที่โฆษณาไว้ก็มีโอกาสโดนแบนได้เช่นเดียวกัน

 

6. ต้องไม่ใช่สินค้าที่ส่อไปทางธุรกิจเครือข่าย

Facebook ไม่อนุญาตให้โฆษณาธุรกิจเครือข่าย ในลักษณะเชิญชวนคนมาเข้าร่วม อาทิ “รวยทางลัด” “รวยง่ายๆแค่ชวนคน” ถ้าลงก็โดนแบนแน่นอนครับ

 

ทั้ง 6 ข้อนี้เป็นสิ่งที่คนไทย นิยมทำผิดกันมาก ถ้าผิดครั้งแรกๆ ในเรื่องที่ไม่รุนแรงนัก เช่น Text เยอะ จะส่งผลให้โดนแบนการโฆษณาครั้งนั้นๆ เท่านั้น แต่ถ้ายังทำผิดซ้ำๆอีก ก็มีโอกาสที่จะทำให้คนที่ลงโฆษณาถูกแบน ไม่สามารถลงโฆษณาอีกได้ แต่ถ้าผิดซ้ำๆอีก หรือผิดในเรื่องที่รุนแรง เช่น ละเมิดลิขสิทธิ์ อาจส่งผลให้เพจของคุณโดนแบน หายไปจาก Facebook ตลอดไปได้ครับ ฉนั้นดูแลตัวเองให้ดีด้วยน้า เดี๋ยวเครื่องมือทำกินจะหลุดลอยไปคร๊าบ

 

ปล. แต่การโพสลงบนเพจอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้ลงโฆษณาสำหรับข้อที่ไม่รุนแรง ก็จะไม่มีผลให้โพส หรือเพจของคุณถูกแบนแต่อย่างใดครับ (แต่ถ้ารุนแรงเช่นผิดกฏหมาย อันนี้ไม่น่ารอดจ้า)

บริการลงโฆษณา Facebook กับเรา

ถ้าท่านชอบเนื้อหา อย่าลืม กด like & share ให้เพื่อนๆกันด้วยล่ะ
** บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ถือเป็นผลงานของผู้เขียน **
** ห้ามนำบทความนี้ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอันขาด หากพบมีการคัดลอกไปใช้งาน จะดำเนินการทางกฏหมายทันที **
Tips เทคนิคดีๆ ที่ไม่ได้เปิดเผยที่ไหน เฉพาะคนสนิท เท่านั้น
Marketing Cuisine – Fanpage
สอนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ฟรีๆ
เรียนรู้การตลาดออนไลน์แบบเต็มรูปแบบ เรียนรู้ด้วยตัวเองได้ ทุกที่ ทุกเวลา ในราคาสบายกระเป๋า
พูดคุยกับ อ.อลัน
Tel. 094-789-2645

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชอบบทความนี้ใช่ไหมล่ะ | แชร์ให้เพื่อนๆด้วยน้า